มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี สู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ก็อยู่ในกระแสความสนใจของาวไทยมาโดยตลอด

ภายนอก
การออกแบบยานยนต์ของมิตซูบิชิ “ซิลก์กี แอนด์ โซลิด (Silky & Solid)” ซึ่งถูกนำมาปรับใช้กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ผสานสไตล์ที่โดดเด่นเข้ากับความทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและดึงดูดทุกสายตาทั้งในเมืองและนอกเมืองตามแบบฉบับรถเอสยูวี หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เอกลักษณ์ “ไดนามิคชิลด์” ที่มาในเวอร์ชันแบบ 3 มิติ และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับคอนเซ็ปต์การออกแบบของรถรุ่นนี้ กระจังหน้าถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับกันชนหน้าซ้ายและขวา ทำให้เกิดมิติของความลึก เสริมสร้างความสปอร์ตให้ด้านหน้าของตัวรถ ดีไซน์ด้านข้างแบบ 3 มิติ พร้อมเส้นสายที่แสดงถึงความโฉบเฉี่ยวและแข็งแกร่ง ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoke สร้างความเป็นไอคอนนิค ด้วยการจัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ระยะต่ำสุดถึงพื้น หรือ Ground Clearance 183 มิลลิเมตร เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และสีที่ตัดกับสีรถ
ภายใน
ห้องโดยสารตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Horizontal Axis” ทำรถคันนี้มีทัศนวิสัยที่ดี ภายในห้องโดยสารสีทูโทน Mélange - Mocha พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง


ห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้าง เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด
ยกระดับความสะดวกสบายในทุกประสาทสัมผัส
สุนทรีย์สุดด้วย ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม ซาวด์ ซิสเต็ม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System) ระบบเสียงคุณภาพสูงที่ถูกติดตั้งไว้ใน ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ระบบเสียงนี้กระจายเสียงผ่านลำโพงทั้งหมด 8 ตัว ทวิตเตอร์คู่หน้าที่ถูกติดตั้งบริเวณเสาหลังคา (A-Pillar) ลำโพงวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูคู่หน้า และลำโพงโคแอกเซียล (Coaxial) แบบ 2 ทาง ที่ประตูคู่หลัง ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้รับ คมชัดอย่างมีมิติ เฉกเช่นการฟังเครื่องดนตรีแบบแยกชิ้น อีกทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบเสียงได้ถึง 4 รูปแบบ


หน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว พร้อม Smartphone-link Display Audio (SDA) มาพร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว จอแสดงผลถูกออกแบบให้เป็นแบบมัลติวิดเจ็ต (Multi-widget) จอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกันบนหน้าจอเดียว อีกทั้งยังสามารถแสดงผลชุดมาตรวัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัดสามช่องในรถระดับตำนานอย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร โดยแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ระดับความสูง มุมเอียง และทิศทาง เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ นอกจากนี้ ยังรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และ WebLink เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน
ระบบฟอกอากาศ nanoe™ X ที่จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านหน้า

เทคโนโลยีความปลอดภัยไดมอนด์ เซ้นส์ (Diamond Sense)
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครอบคลุมแบบ 360 องศา โดยใช้การตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถด้วยกล้อง เซนเซอร์ และเรดาห์ที่แม่นยำ ซึ่งจะทำงานและมีสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อเกิดสภาวะฉุกเฉินหรือต้องระมัดระวัง ได้แก่
-
MAM with Moving Object Detection: กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ ทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งแสดงภาพสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว
-
LCDN: ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ระบบจะทำการแจ้งเตือนบนหน้าจอแสดงผลแบบ LCD กรณีรถหยุดนิ่ง และมีการเคลื่อนตัวของรถคันหน้า
-
BSW with LCA: ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
-
FCM: ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ป้องกันความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้า และสบายใจกว่าด้วยการลดความเร็วเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการชน
-
ACC: ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบจะสามารถล็อคความเร็วตามที่กำหนด และรักษาความเร็วให้คงที่ตามรถคันหน้า ตลอดจนช่วยเบรกจนถึงความเร็ว 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อต้องขับขี่ทางไกล
-
AHB: ระบบควบคุมไฟสูงโดยอัตโนมัติ สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
-
RCTA: ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ระบบจะส่งสัญญาณเตือน เมื่อพบว่ามีวัตถุเคลื่อนไหวด้านหลังรถ ขณะกำลังถอยรถออกจากช่องจอด

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแบบ Passive safety ด้วยการติดตั้งถุงลม 6 ตำแหน่ง มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
MITSUBISHI e:MOTION
หัวใจสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คือ MITSUBISHI e:MOTION ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ซึ่งเป็นการผสาน 3 เทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การขับขี่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและนุ่มนวลมากขึ้นในทุกเส้นทาง อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานลงได้มาก ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้รถมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 24.4 กิโลเมตร/ลิตร

รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle โดยการขับเคลื่อนในแบบไฮบริด จะให้ความเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนถนนปกติ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดมีทั้งการขับขี่แบบ EV DRIVE การขับขี่แบบ HYBRID-SERIES การขับขี่แบบ HYBRID-PARALLEL การขับขี่แบบ HYBRID–MOTOR DISCONNECTED และการขับขี่แบบ POWER REGENERATIVE โดยระบบจะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่และปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงและการขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
-
ขณะออกตัว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 100% เงียบและใช้พลังงานสะอาด ปราศจากการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO2
-
ขณะเร่งความเร็วหรือขับด้วยความเร็วปานกลาง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์จะทำงานเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังในการขับเคลื่อน ซึ่งจะตัดสลับกับ EV DRIVE เมื่อพลังงานในแบตเตอรี่เพียงพอ
-
ขณะขึ้นทางชัน หรือขึ้นเขา เมื่อต้องการพละกำลังในการขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ระบบจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในอัตราทด LOW (เช่นเดียวกับเกียร์ต่ำ) เพื่อเพิ่มพละกำลัง และประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง และจะตัดสลับกับ HYBRID-SERIES ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนและประหยัดน้ำมัน
-
ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือคงที่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในอัตราทด HIGH (เช่นเดียวกับเกียร์สูง) และเมื่อขับที่ความเร็วคงที่จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เป็นหลัก และตัดภาระการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าออก เพื่อลดภาระในการทำงานของเครื่องยนต์ อีกทั้งเจเนอเรเตอร์ยังช่วยในการขับเคลื่อน ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง และจะตัดสลับกับ HYBRID-SERIES หรือ EV DRIVE ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนและประหยัดพลังงาน
-
ขณะลดความเร็วหรือลงทางชัน ระบบจะเปลี่ยนพลังงานจากการชะลอความเร็วหรือเบรก เป็นพลังงานไฟฟ้าและนำกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่

ระบบ HEV นี้ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างเงียบ สะอาดแบบรถ EV และยังรองรับการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานแบตเตอรี่หมด
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ซ เอชอีวี มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว ซึ่งถูกใช้งานครั้งแรกในเอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี โดยให้ประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal efficiency) ในระดับสูง พร้อมทั้งกำลังขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้าเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากระบบขับเคลื่อนเสริม (Auxiliary Drive Loss) ส่งผลให้ประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมประสิทธิภาพโดยรวมของระบบขับเคลื่อน เมื่อทำงานร่วมกับเจเนอเรเตอร์และมอเตอร์ที่มีกำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จึงสามารถอัตราเร่งที่ราบรื่น ทรงพลัง และตอบสนองฉับไว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi e:MOTION คือโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
โดยแบ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบรถไฟฟ้า 2 รูปแบบ และโหมดการขับขี่อีก 5 รูปแบบสภาพถนน ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย ผ่านสวิตซ์ที่คอนโซลกลาง โดยระบบควบคุมเบรก เครื่องยนต์ มอเตอร์ และพวงมาลัย จะทำงานร่วมกันเพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยบนสภาพถนนที่หลากหลาย
โหมด EV Priority และโหมด Charge ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกขับขี่ในโหมด EV ตามสถานการณ์ได้
-
EV Priority Mode ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์โดยไม่ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์ โหมดนี้มีความเงียบสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเมื่อต้องขับขี่ในบริเวณที่ต้องการความเงียบ
-
Charge Mode ใช้เครื่องยนต์ชาร์จแบตเตอรี่เมื่อพลังงานเหลือน้อยในขณะขับ หรือจอดรอได้ เพื่อให้สามารถใช้โหมด EV ได้นานขึ้นตามต้องการ
5 โหมดการขับขี่อื่นๆ ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมรถตามสภาพถนน ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้าพร้อมเทคโนโลยีควบคุมต่างๆ ได้แก่
-
Active Yaw Control (AYC): ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ควบคุมแรงขับ และแรงเบรกของล้อหน้าแต่ละข้างเพื่อเพิ่มการทรงตัวและการควบคุมให้ปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น
-
Traction Control System (TCL): ระบบป้องกันการลื่นไถล ป้องกันล้อหมุนฟรี
-
Active Stability Control (ASC): ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
-
Electric Power Steering: พวงมาลัยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วและสภาพถนน
ทั้ง 5 โหมดการขับขี่ ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพอากาศและถนน
-
Normal Mode: เหมาะกับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
-
Tarmac Mode: สำหรับถนนลาดยาง เพิ่มความว่องไวและการควบคุมที่แม่นยำบนถนนคดเคี้ยว ให้พละกำลังเช่นเดียวกับ Sport Mode
-
Gravel Mode: สำหรับถนนลูกรัง ลดอาการลื่นไถลและเพิ่มความมั่นคงบนถนนลูกรัง
-
Mud Mode: สำหรับถนนโคลน ให้การยึดเกาะที่ดีขึ้นแม้ในสภาพถนนที่เป็นโคลนและขรุขระ
-
Wet Mode: สำหรับถนนเปียกลื่นลดการลื่นของยางและเพิ่มเสถียรภาพแม้ในสภาพฝนตกหนัก

พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ LCD ขนาด 8 นิ้ว จะแสดงข้อมูลเฉพาะสำหรับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอย่างชัดเจน เช่น ระดับพลังงาน แสดงสถานะ Eco, Power และ Charge สอดคล้องกับการควบคุมคันเร่ง การไหลเวียนของพลังงาน อัตราส่วนการขับขี่ด้วยไฟฟ้า และระดับพลังงานที่เหลือในแบตเตอรี่ และสามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ 2 รูปแบบ
การทดลองขับ
จากระยะทางกรุงเทพมุ่งสู่จังหวัดกาญจบุรี ระดับ 500 กม. ช่วงแรกวิ่งกันในเมืองที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น เจ้ามิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี สามารถตอบสนองได้ดี การรออกตัวและอัตราเร่งแซงทำได้ทันใจในสไตล์รถไฟฟ้า คือไม่มีอาการหน่วงยามต้องกดคันเร่ง ส่วนอัตราเร่งสามารถไปได้เรื่อยๆไม่หนืด ไม่รอรอบ ยิ่งสามารถลองเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อีก ทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอา “ซิ่ง” เวลารีบเร่ง หรือเอา “นุ่ม” ยามเดินทางเรื่อยๆได้ตามต้องการ ส่วนการบังคับควบคุมตัวพวงมาลัยถือว่าตอบสนองได้ดี ยามเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนทำฉับไวพอตัว ไม่ไวเกินไปจนขับยาก ส่วนน้ำหนักของพวงมาลัยรู้สึก “ตึง” ไปนิดตามความคิดเห็นส่วนตัว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากกมาย

ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนยามโลดแล่นในเมืองยังถือว่านุ่มนวลพอตัว ไม่ค่อยกระด้าง ยังมีความรู้สึก “แข็ง” นิดๆ น่าจะมาจากยางที่มาเป็นแก้มต่ำหน่อย ด้านหน้าระบบกันสะเทือนนุ่มหนึบกำลังดี ส่วนด้านหลังนุ่มกว่าด้านหน้า มีเด้งบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังรองรับการใช้งานได้ดี ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเจ้ามิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ทำได้ระดับ 20 กม./ลิตร ต้นๆ ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว
ส่วนการเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงขึ้นมาหน่อย อัตราเร่งแซงยังถือว่าน่าประทับใจ ไม่มีอาการรอรอบ การทำงานของระบบส่งกำลังก็ยังนุ่มนวลและต่อเนื่องดี ระบบบังคับควบคุมส่วนของพวงมาลัยมีการปรับให้ “ตึง” ขึ้นมาอีกเล็กน้อย ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกมั่นคงและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว ระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนสามารถรองรับการขับขี่ช่วงความเร็วสูงได้อย่างดี ไม่ย้วยและไม่โยนจะเกินงาม ช่วงผ่านรอยต่อของถนนและคอสะพานไม่สะเทือนหรือกระแทกเลย มีแต่ด้านหลังเท่านั้นที่ยามความเร็วสูงอาจจะดู “นุ่ม” ไปหน่อยเท่านั้น

พอเข้าสู่ช่วงเส้นทางโค้งและมีการขึ้นลงเนิน สมรรถนะของตัวรถยังคงตอบสนองได้อย่างดี การเข้าและออกโค้งทำได้อย่างราบรื่น พละกำลังตอนไต่ขึ้นเนินชันยังสามารถทำได้ดี อีกทั้งระบบตัวช่วยก็มีมากมายให้ผู้ขับเลือกใช้งานได้ตามสถานการณ์ ระบบเบรกเห็นหน้าตาธรรมดาแบบนี้ก็ยัง “เอาอยู่” ทุกการขับขี่ สามารถลดความเร็วได้อย่างมั่นใจและนุ่มนวล ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างราบรื่นขนาดผู้โดยสารในรถยังหลับได้อย่างสบายๆ สำหรับอัตราสิ้นเปลืองของมิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ในการเดินทางจริงทำได้ดีกว่าตัวเลขจากโรงงานอันนี้ขอ “คอนเฟิร์ม” เลย……
















